www.collageninsider.com

คอลลาเจนจากอาหารปกติ vs อาหารเสริมต่างกันอย่างไร

Facebook
Twitter
Threads
WhatsApp

        สำหรับคนที่กำลังต้องการเติมเต็มคอลลาเจนผ่านการทาน รู้หรือไม่ว่า ความจริงแล้วคอลลาเจนไม่ได้มีเฉพาะรูปแบบอาหารเสริม แต่บางคนก็เน้นรับจากแหล่งธรรมชาติเหมือนกัน แล้วสงสัยกันมั้ยว่า ระหว่างคอลลาเจนแบบอาหารเสริมและจากแหล่งอาหารธรรมชาติต่างกันยังไงบ้าง เดี๋ยวเราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ ในบทความนี้

00000125 1024x768

รูปแบบของแหล่งสารอาหาร

         แน่นอนว่า ข้อแตกต่างแรกคงหนีไม่พ้นรูปแบบของแหล่งอาหารที่รับเข้าร่างกาย โดยในส่วนของอาหารเสริมจะมาใน 2-3 รูปแบบ ดังนี้

  • ผง : เราจะเห็นรูปแบบนี้บ่อยสุด เพราะชงกับเครื่องดื่มแล้วละลายดูดซึมเข้าร่างกายง่าย
  • เม็ด : สะดวกและทานง่าย แต่เพิ่มภาระการย่อยมากขึ้น
  • เหลว : ดูดซึมง่าย พร้อมทาน แต่ก็ต้องระวังการเสื่อมสภาพด้วยเหมือนกัน

        ส่วนอาหารจากแหล่งธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับว่า เราสนใจจะเลือกทานอาหารอะไร เช่น ในอาหารจำ พวก ปลาทะเล เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วหลากสี พืชผักใบเขียว เห็ดชนิดต่างๆ ผักผลไม้สีแดงส้ม เอ็นหมู เอ็นวัว และกระดูกอ่อน เป็นต้น แต่แนะนำให้เลือกอาหารที่มีงานวิจัยหรือข้อมูลน่าเชื่อถือรับรองเพื่อให้วางแผนการรับสารคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

00000113 1024x768

ประเภทของสารคอลลาเจน

           ด้วยความที่อาหารเสริมคอลลาเจนส่วนใหญ่จะผ่านการสกัดกรดอะมิโนให้มี 20 ชนิดขึ้นไปมาเกาะเกี่ยวกันให้สามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่ายและครบกับที่ร่างกายต้องการ ขณะที่คอลลาเจนจากแหล่งอาหารธรรมชาติที่เราทานเข้าไปมักจะมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะถูกดูดซึมได้ในทางเดินอาหาร แต่จะถูกย่อยให้เป็นกรดอะมิโนก่อนดูดซึม ทำให้มีประสิทธิภาพในการบำรุงน้อยมาก

00000129 1 1024x768

ความสะดวกในการทาน

        อีกหนึ่งความแตกต่างของคอลลาเจนแบบอาหารเสริม vs อาหารปกติ คือ ความสะดวกและประหยัดเวลาในการทาน โดยในส่วนของอาหารเสริมจะค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะมาในรูปแบบของผงชงดื่ม เครื่องดื่มพร้อมทาน หรือแคปซูลใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีก็สามารถบริโภคได้ทันที แต่อาหารปกติเราจะต้องมานั่งคัดและคำนวณอีกว่า จะทานอะไรและปริมาณเท่าไหร่ดี และต้องทานปริมาณเยอะเทียบกับการรับสารคอลลาเจนเพียงน้อยนิด

00000121 1024x768

การควบคุมปริมาณคอลลาเจนให้เหมาะกับแต่ละวัน

           องค์การอาหารและยาระบุว่า คอลลาเจนที่อยู่ในรูป hydrolysed collagen/collagen hydrolysate ปริมาณที่องค์การอาหารและยาแนะนำให้รับประทาน คือ 5-7 กรัม (5,000-7,000 มิลลิกรัม) ต่อวัน ไม่ควรรับประทานเกิน 10 กรัม ต่อวัน

        เพราะงั้นหากต้องการทานในปริมาณที่เห็นผล แต่ปลอดภัย สามารถคำนวณได้ง่าย การบริโภครูปแบบอาหารเสริมจะค่อนข้างตอบโจทย์มากกว่าอาหารปกติ เพราะต้องมานั่งคุมและคำนวณปริมาณอาหารให้เหมาะสมด้วยตัวเอง (บางทีสารที่จะได้รับก็ขึ้นอยู่กับการปรุงอาหารอีกด้วย)

00000131 1024x768

  …..เชื่อว่า หลังจากทุกคนได้อ่านบทความ เปรียบเทียบคอลลาเจนจากอาหารปกติ vs อาหารเสริมต่างกันอย่างไรแล้วจะต้องตัดสินใจเลือกบริโภคด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้นแน่นอน แต่หากจะให้แนะนำสำหรับท่านที่ต้องการบำรุงคอลลาเจนเน้นๆ แบบเห็นผล คุ้ม ครบ จบ ไม่ต้องกังวลว่าที่ทานไปจะได้ตามที่ร่างกายต้องการหรือไม่ ขอแนะนำให้เลือกคอลลาเจนแบบอาหารเสริม

Share the Post
Facebook
Twitter
Threads
WhatsApp

บทความที่เกี่ยวข้อง

6

4 ข้อควรระวังที่ต้องรู้ไว้เพื่อทานคอลลาเจนได้สบายใจ ปลอดภัย หายห่วงในระยะยาว

เคยเป็นมั้ย? จะทานอาหารเสริมทีไรก็เกิดความระแวง ทานแล้วจะปลอดภัยมั้ย? มีสารอะไรตกค้างในร่างกายระยะยาวให้เสี่ยงอันตรายรึเปล่า? เพราะอาหารเสริมบางประเภทก็ไม่ได้เหมาะกับการทานในระยะยาว

อ่านต่อที่นี่!

รวม 6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทานคอลลาเจน

‘อยากกินคอลลาเจน แต่กลัว…จัง’ เพราะทุกวันนี้โลกแห่งการตลาดมักขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์มหาศาล ทำให้มีทั้งข้อมูลจริงและข้อมูลเฟคนิวส์โลดแล่นมาให้ผู้บริโภคได้รับสารกันอยู่เสมอ เราเลยขออาสรวบรวม

อ่านต่อที่นี่!